กฎหมายว่าด้วยการควบคุมการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดินภายในบริเวณโรงงานกำหนดให้โรงงาน 12 ประเภทต้องตรวจวิเคราะห์และรายงานผลอย่างต่อเนื่อง และร่างประกาศฉบับปรับปรุงจะทำให้ค่ามาตรฐานของสารหลายชนิดต่ำลงหลายสิบเท่า งานลักษณะนี้จึงต้องอาศัยทั้งเครื่องมือเฉพาะทาง ผู้เชี่ยวชาญ และทีมงานที่ปฏิบัติงานด้านนี้เป็นประจำ
วิศวกรรมรัตนาจึงรวมบุคลากรด้านนี้ไว้เป็นทีม RE EARTH ประกอบด้วยวิศวกรสิ่งแวดล้อม ทีมเจาะสำรวจ และที่ปรึกษาทางวิชาการ ลูกค้าจึงประสานงานกับทีมเดียวตั้งแต่วันแรกจนถึงวันส่งรายงาน
RE EARTH เป็นทีมภายในบริษัท สัญญา ใบเสนอราคา และเอกสารทางบัญชีจึงออกในนามบริษัท วิศวกรรมรัตนา จำกัด หน่วยงานของรัฐและโรงงานจึงสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ตามระเบียบปกติ
ทีมที่ผ่านการอบรมการใช้เครื่องมือจริง โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมกำกับทุกโครงการ
ผ่านการอบรมการใช้ชุดควบคุมเครื่องมือตรวจวัดบนรถ และซอฟต์แวร์บันทึกและประมวลผลข้อมูลตามความลึก ของหัววัดสารอินทรีย์ระเหยง่ายแบบเมมเบรน (Membrane Interface Probe: MIP) และเครื่องมือวัดคุณสมบัติทางชลศาสตร์ของชั้นดิน (Hydraulic Profiling Tool: HPT)
ผ่านการอบรมการสำรวจภาพตัดขวางค่าความต้านทานไฟฟ้า (Electrical Resistivity Imaging: ERI) ตั้งแต่การวางแนวขั้วอิเล็กโทรด การเก็บข้อมูลภาคสนาม จนถึงการประมวลผลเป็นภาพตัดขวาง เพื่อระบุตำแหน่งที่ควรเจาะสำรวจ · 48 ขั้วอิเล็กโทรด · IRIS Syscal Pro · ภาพตัดขวาง 2 มิติ
อบรมจากผู้ฝึกสอนของผู้ผลิตเครื่องมือ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
ทีมภาคสนามผ่านการอบรมจากผู้ฝึกสอนของผู้ผลิตเครื่องมือ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และนำมาประยุกต์ใช้กับงานจริงในประเทศ ตั้งแต่การต่ออุปกรณ์ การเจาะ การเก็บตัวอย่าง ไปจนถึงการตรวจวัดและประมวลผลข้อมูล
รางวัลที่เกี่ยวข้อง
คัดเลือกจากรางวัลด้านการวิจัยและนวัตกรรมกว่า 30 รางวัล
- Top 2% นักวิทยาศาสตร์ของโลก จัดอันดับโดย Stanford University ติดต่อกันสามปี (2022–2024)
- รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ ระดับดีเด่น (2566)
- รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ระดับดีมาก (2563)
- รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ ระดับดีมาก (2562)
- รางวัลแพทย์หญิงปิยะชนก อึ้งภากรณ์ (2567, 2568)
- ชนะเลิศ The King of Thailand Vetiver Awards (2558)
- ProSPER.Net-Scopus Young Scientist Award (2555)
การศึกษาและตำแหน่ง
- Ph.D. Civil and Environmental Engineering, Carnegie Mellon University (2551)
- Postdoctoral, Colorado School of Mines (2552) และ Carnegie Mellon University (2553)
- วท.ม. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2547)
- วศ.บ. เกียรตินิยมอันดับ 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (2544)
- หัวหน้าหน่วยวิจัยเชิงบูรณาการ ด้านการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนและการนำทรัพยากรธรรมชาติกลับมาใช้ใหม่ มน. (2555–ปัจจุบัน)
- รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สถานความเป็นเลิศ SHEI มน. (2556–ปัจจุบัน)
- ผู้อำนวยการหน่วยภารกิจฐานข้อมูลและระบบดิจิทัล สกสว. (2566–ปัจจุบัน)
งานวิจัยในพื้นที่จริง
- ภาคเหนือ: ประเมินความเสี่ยงการรั่วไหลของสารพิษจากบ่อกักเก็บกากแร่ในพื้นที่เหมืองแร่ทองคำ
- ลุ่มน้ำกก: ระบบวิทยาศาสตร์พลเมืองที่เสริมด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเครื่องมือบริหารความเสี่ยง “ปลาปลอดภัย by Open Science” ด้านมลพิษข้ามพรมแดน ซึ่งขยายผลสู่จังหวัดเลยและหนองคาย
- EEC: ระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะสำหรับภาคบริการ และระบบบำบัดน้ำเสียที่ควบคุมด้วย IoT
ลูกค้าสามกลุ่ม แต่ละกลุ่มต้องการสิ่งที่ต่างกัน
ทีมสแกนใต้ผิวดินด้วยการสำรวจภาพตัดขวางค่าความต้านทานไฟฟ้า (ERI) ตรวจวัดแบบเรียลไทม์ด้วย MIP และ HPT และเจาะเก็บตัวอย่างด้วยรถเจาะ Geoprobe จึงทราบว่าสารปนเปื้อนอยู่ที่ใด ลึกเท่าใด และมีปริมาณเท่าใด
เราระบุแหล่งกำเนิดด้วยข้อมูล ไม่ใช่การคาดเดา โดยนำผลการสำรวจ ผลการตรวจวัด และผลวิเคราะห์ตัวอย่างดินและน้ำใต้ดินเข้าสู่แบบจำลอง และประเมินว่าค่าที่เกินเกิดจากกิจกรรมในพื้นที่หรือเป็นค่าพื้นหลัง
ผู้เชี่ยวชาญของทีมมีผลงานวิจัยด้านชุมชนและพื้นที่ เช่น การฟื้นฟูนาข้าวที่ปนเปื้อนแคดเมียมด้วยอนุภาคนาโน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และวิศวกรรมการจัดการความเสี่ยงสำหรับชุมชนที่ปนเปื้อนสารอันตรายในภูมิภาคอาเซียน
RE EARTH เป็นทีมภายในบริษัท สัญญา ใบเสนอราคา และเอกสารทางบัญชีจึงออกในนามบริษัท วิศวกรรมรัตนา จำกัด หน่วยงานของรัฐจึงจัดซื้อจัดจ้างได้ตามระเบียบปกติ
วิเคราะห์ทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน กำหนดตำแหน่งบ่อด้านเหนือน้ำและท้ายน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง แล้วติดตั้งบ่อตามมาตรฐานด้วยรถเจาะระบบกดอัด (Direct Push)
สแกน ตรวจวัด เก็บตัวอย่าง และสร้างแบบจำลอง (Scan → Sense → Sample → Model) เพื่อระบุตำแหน่ง ความลึก และขอบเขตของการปนเปื้อน แล้วพยากรณ์การแพร่กระจายก่อนตัดสินใจลงทุนฟื้นฟู
การฉีดสารบำบัดลงใต้ดินทำได้โดยไม่ต้องขุดดินหรือสูบน้ำขึ้นมาบำบัด และเราคัดเลือกเทคโนโลยีตามชนิดสาร สภาพธรณีวิทยา การไหลของน้ำใต้ดิน และการใช้ประโยชน์พื้นที่
กำหนดตำแหน่งบ่อเหนือน้ำ–ท้ายน้ำตามทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน ติดตั้งบ่อตามมาตรฐาน เลือกพารามิเตอร์ด้วยค่าคะแนนความเป็นพิษ (Toxicity Score: TS) และจัดทำรายงานยื่นต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.)
ประเมินว่าค่าที่เกินเกิดจากกิจกรรมในพื้นที่หรือเป็นค่าพื้นหลัง (ค่าเฉลี่ยบวกสามเท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน: Ave + 3SD) และวางแผนการดำเนินการ เพื่อยื่นรายงานเสนอมาตรการภายใน 180 วัน
เปรียบเทียบต้นทุนและระยะเวลาของแต่ละทางเลือกด้วยแบบจำลองก่อนติดตั้งจริง แล้วตรวจวัดก่อนและหลังการบำบัดจนผลเป็นไปตามเป้าหมาย