ทีม RE EARTH ระหว่างการอบรมการใช้เครื่องมือภาคสนาม
เกี่ยวกับเรา

เข้าใจสิ่งที่อยู่ใต้ดิน ก่อนตัดสินใจบนดิน

banner-arrow
ที่มาของทีม
ทีมงานและผู้ฝึกสอนหน้ารถเจาะระหว่างการอบรม ทีมเจาะสำรวจภาคสนาม งานติดตั้งบ่อสังเกตการณ์
วิศวกรสิ่งแวดล้อม ทีมเจาะสำรวจ และที่ปรึกษาทางวิชาการ ในทีมเดียว
1
4
3
2
0
0
1
2
2
2
0
1
2
3
4
5
7
8
2
1
2
3
4
5
6
6
ประเภทโรงงานที่กฎหมายกำหนดให้ตรวจวิเคราะห์และรายงานผล
ทำไมวิศวกรรมรัตนาจึงมีทีม RE EARTH

กฎหมายว่าด้วยการควบคุมการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดินภายในบริเวณโรงงานกำหนดให้โรงงาน 12 ประเภทต้องตรวจวิเคราะห์และรายงานผลอย่างต่อเนื่อง และร่างประกาศฉบับปรับปรุงจะทำให้ค่ามาตรฐานของสารหลายชนิดต่ำลงหลายสิบเท่า งานลักษณะนี้จึงต้องอาศัยทั้งเครื่องมือเฉพาะทาง ผู้เชี่ยวชาญ และทีมงานที่ปฏิบัติงานด้านนี้เป็นประจำ

วิศวกรรมรัตนาจึงรวมบุคลากรด้านนี้ไว้เป็นทีม RE EARTH ประกอบด้วยวิศวกรสิ่งแวดล้อม ทีมเจาะสำรวจ และที่ปรึกษาทางวิชาการ ลูกค้าจึงประสานงานกับทีมเดียวตั้งแต่วันแรกจนถึงวันส่งรายงาน

RE EARTH เป็นทีมภายในบริษัท สัญญา ใบเสนอราคา และเอกสารทางบัญชีจึงออกในนามบริษัท วิศวกรรมรัตนา จำกัด หน่วยงานของรัฐและโรงงานจึงสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ตามระเบียบปกติ

ทีมงาน

ทีมที่ผ่านการอบรมการใช้เครื่องมือจริง โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมกำกับทุกโครงการ

รถเจาะ Geoprobe และอุปกรณ์ทั้งระบบ
7822DT

ผ่านการอบรมการใช้งานรถเจาะสำรวจระบบกดอัด (Direct Push) ของ Geoprobe® และอุปกรณ์ที่ทำงานร่วมกับรถทั้งระบบ ได้แก่ กระบอกเก็บตัวอย่างดินแบบ Macro-Core MC5 เครื่องเก็บตัวอย่างน้ำใต้ดินแบบ Screen Point 16 (SP16) ระบบเก็บตัวอย่างไอดินแบบ Post-Run Tubing (PRT) หัววัด MIP และ HPT ครอบคลุมการเจาะ การเก็บตัวอย่าง การตรวจวัด และการบำรุงรักษาเครื่อง

ดูเทคโนโลยีที่ใช้
MI
MI
P
1
2
3
4
5
7
P
1
2
3
4
5
6
MIP และ HPT

ผ่านการอบรมการใช้ชุดควบคุมเครื่องมือตรวจวัดบนรถ และซอฟต์แวร์บันทึกและประมวลผลข้อมูลตามความลึก ของหัววัดสารอินทรีย์ระเหยง่ายแบบเมมเบรน (Membrane Interface Probe: MIP) และเครื่องมือวัดคุณสมบัติทางชลศาสตร์ของชั้นดิน (Hydraulic Profiling Tool: HPT)

ER
2
1
ER
1
2
I
1
2
3
4
5
7
8
I
1
2
3
4
5
6
6
การสแกนความต้านทานไฟฟ้าใต้ดิน

ผ่านการอบรมการสำรวจภาพตัดขวางค่าความต้านทานไฟฟ้า (Electrical Resistivity Imaging: ERI) ตั้งแต่การวางแนวขั้วอิเล็กโทรด การเก็บข้อมูลภาคสนาม จนถึงการประมวลผลเป็นภาพตัดขวาง เพื่อระบุตำแหน่งที่ควรเจาะสำรวจ · 48 ขั้วอิเล็กโทรด · IRIS Syscal Pro · ภาพตัดขวาง 2 มิติ

ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม
Top 2%

วิศวกรสิ่งแวดล้อมของทีมทำงานร่วมกับที่ปรึกษาทางวิชาการ รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ (มหาวิทยาลัยนเรศวร · Stanford Top 2% ของโลก 2022–2024) ในการออกแบบการสำรวจ จัดทำแบบจำลอง แปลผล และจัดทำรายงานตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม

ดูประวัติผู้เชี่ยวชาญ
รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ ที่ปรึกษาทางวิชาการของ RE EARTH
ภาพจากการอบรม

อบรมจากผู้ฝึกสอนของผู้ผลิตเครื่องมือ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ

ทีมภาคสนามผ่านการอบรมจากผู้ฝึกสอนของผู้ผลิตเครื่องมือ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และนำมาประยุกต์ใช้กับงานจริงในประเทศ ตั้งแต่การต่ออุปกรณ์ การเจาะ การเก็บตัวอย่าง ไปจนถึงการตรวจวัดและประมวลผลข้อมูล

ทีมงานและผู้ฝึกสอนหน้ารถเจาะ
อบรมกับผู้ฝึกสอนของผู้ผลิต
MIP / HPT: ชุดควบคุมเครื่องมือตรวจวัดบนรถ
ภาคปฏิบัติ: ยกและต่อก้านเจาะ
Geoprobe: ทีมงานและผู้ฝึกสอนหน้ารถเจาะระหว่างการอบรม
Geoprobe: อบรมกับผู้ฝึกสอนของผู้ผลิต
MIP / HPT: สาธิตการใช้ชุดควบคุมเครื่องมือตรวจวัดบนรถ
Geoprobe ภาคปฏิบัติ: ยกและต่อก้านเจาะ
ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม · ที่ปรึกษาทางวิชาการของ RE EARTH

รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์

ผู้เชี่ยวชาญดินและน้ำใต้ดิน
บทบาทในทีม RE EARTH
รองศาสตราจารย์ สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) ผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจและฟื้นฟูดินและน้ำใต้ดินที่ปนเปื้อนสารอันตราย ผู้เขียนตำราการฟื้นฟูน้ำใต้ดินปนเปื้อน และให้คำปรึกษาด้านการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดินแก่โรงงานมากกว่า 80 แห่ง
ออกแบบการสำรวจให้ได้ข้อมูลที่จำเป็นภายใต้งบประมาณที่เหมาะสม · เลือกเทคโนโลยีฟื้นฟูด้วยแบบจำลอง โดยอ้างอิงงานวิจัยที่พิสูจน์ผลแล้วในพื้นที่จริง · ตรวจทานการแปลผล ค่าพื้นหลัง และข้อเสนอมาตรการก่อนยื่นรายงาน · ชี้แจงต่อหน่วยงานกำกับดูแลเมื่อมีข้อซักถามทางเทคนิค
ERI: เตรียมเครื่องและสายเคเบิลขั้วอิเล็กโทรดระหว่างการอบรม Macro-Core: ฝึกประกอบชุดเก็บตัวอย่างดิน
รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์

รางวัลที่เกี่ยวข้อง

คัดเลือกจากรางวัลด้านการวิจัยและนวัตกรรมกว่า 30 รางวัล

  • Top 2% นักวิทยาศาสตร์ของโลก จัดอันดับโดย Stanford University ติดต่อกันสามปี (2022–2024)
  • รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ ระดับดีเด่น (2566)
  • รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ระดับดีมาก (2563)
  • รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ ระดับดีมาก (2562)
  • รางวัลแพทย์หญิงปิยะชนก อึ้งภากรณ์ (2567, 2568)
  • ชนะเลิศ The King of Thailand Vetiver Awards (2558)
  • ProSPER.Net-Scopus Young Scientist Award (2555)

การศึกษาและตำแหน่ง

  • Ph.D. Civil and Environmental Engineering, Carnegie Mellon University (2551)
  • Postdoctoral, Colorado School of Mines (2552) และ Carnegie Mellon University (2553)
  • วท.ม. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2547)
  • วศ.บ. เกียรตินิยมอันดับ 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (2544)
  • หัวหน้าหน่วยวิจัยเชิงบูรณาการ ด้านการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนและการนำทรัพยากรธรรมชาติกลับมาใช้ใหม่ มน. (2555–ปัจจุบัน)
  • รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สถานความเป็นเลิศ SHEI มน. (2556–ปัจจุบัน)
  • ผู้อำนวยการหน่วยภารกิจฐานข้อมูลและระบบดิจิทัล สกสว. (2566–ปัจจุบัน)

งานวิจัยในพื้นที่จริง

  • ภาคเหนือ: ประเมินความเสี่ยงการรั่วไหลของสารพิษจากบ่อกักเก็บกากแร่ในพื้นที่เหมืองแร่ทองคำ
  • ลุ่มน้ำกก: ระบบวิทยาศาสตร์พลเมืองที่เสริมด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเครื่องมือบริหารความเสี่ยง “ปลาปลอดภัย by Open Science” ด้านมลพิษข้ามพรมแดน ซึ่งขยายผลสู่จังหวัดเลยและหนองคาย
  • EEC: ระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะสำหรับภาคบริการ และระบบบำบัดน้ำเสียที่ควบคุมด้วย IoT
เราทำงานให้ใคร

ลูกค้าสามกลุ่ม แต่ละกลุ่มต้องการสิ่งที่ต่างกัน

01
สืบหาสาเหตุการปนเปื้อนในแหล่งน้ำและพื้นที่สาธารณะ

ทีมสแกนใต้ผิวดินด้วยการสำรวจภาพตัดขวางค่าความต้านทานไฟฟ้า (ERI) ตรวจวัดแบบเรียลไทม์ด้วย MIP และ HPT และเจาะเก็บตัวอย่างด้วยรถเจาะ Geoprobe จึงทราบว่าสารปนเปื้อนอยู่ที่ใด ลึกเท่าใด และมีปริมาณเท่าใด

02
นิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพื่อจำแนกแหล่งที่มาของการปนเปื้อน

เราระบุแหล่งกำเนิดด้วยข้อมูล ไม่ใช่การคาดเดา โดยนำผลการสำรวจ ผลการตรวจวัด และผลวิเคราะห์ตัวอย่างดินและน้ำใต้ดินเข้าสู่แบบจำลอง และประเมินว่าค่าที่เกินเกิดจากกิจกรรมในพื้นที่หรือเป็นค่าพื้นหลัง

03
ฟื้นฟูพื้นที่ร่วมกับชุมชน

ผู้เชี่ยวชาญของทีมมีผลงานวิจัยด้านชุมชนและพื้นที่ เช่น การฟื้นฟูนาข้าวที่ปนเปื้อนแคดเมียมด้วยอนุภาคนาโน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และวิศวกรรมการจัดการความเสี่ยงสำหรับชุมชนที่ปนเปื้อนสารอันตรายในภูมิภาคอาเซียน

04
งานสำรวจและตรวจวัดให้แก่มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.)

RE EARTH เป็นทีมภายในบริษัท สัญญา ใบเสนอราคา และเอกสารทางบัญชีจึงออกในนามบริษัท วิศวกรรมรัตนา จำกัด หน่วยงานของรัฐจึงจัดซื้อจัดจ้างได้ตามระเบียบปกติ

01
ระบบบ่อสังเกตการณ์รอบพื้นที่ถังเก็บและคลังเก็บสาร

วิเคราะห์ทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน กำหนดตำแหน่งบ่อด้านเหนือน้ำและท้ายน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง แล้วติดตั้งบ่อตามมาตรฐานด้วยรถเจาะระบบกดอัด (Direct Push)

02
ประเมินขอบเขตการปนเปื้อนเมื่อพบการรั่วไหล

สแกน ตรวจวัด เก็บตัวอย่าง และสร้างแบบจำลอง (Scan → Sense → Sample → Model) เพื่อระบุตำแหน่ง ความลึก และขอบเขตของการปนเปื้อน แล้วพยากรณ์การแพร่กระจายก่อนตัดสินใจลงทุนฟื้นฟู

03
ฟื้นฟูโดยไม่ต้องหยุดการใช้งานพื้นที่

การฉีดสารบำบัดลงใต้ดินทำได้โดยไม่ต้องขุดดินหรือสูบน้ำขึ้นมาบำบัด และเราคัดเลือกเทคโนโลยีตามชนิดสาร สภาพธรณีวิทยา การไหลของน้ำใต้ดิน และการใช้ประโยชน์พื้นที่

01
ติดตั้งบ่อสังเกตการณ์และจัดทำรายงานตามกฎหมาย

กำหนดตำแหน่งบ่อเหนือน้ำ–ท้ายน้ำตามทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน ติดตั้งบ่อตามมาตรฐาน เลือกพารามิเตอร์ด้วยค่าคะแนนความเป็นพิษ (Toxicity Score: TS) และจัดทำรายงานยื่นต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.)

02
หาสาเหตุเมื่อผลตรวจเกินค่ามาตรฐาน

ประเมินว่าค่าที่เกินเกิดจากกิจกรรมในพื้นที่หรือเป็นค่าพื้นหลัง (ค่าเฉลี่ยบวกสามเท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน: Ave + 3SD) และวางแผนการดำเนินการ เพื่อยื่นรายงานเสนอมาตรการภายใน 180 วัน

03
ฟื้นฟูให้ผ่านเกณฑ์ด้วยงบประมาณที่สมเหตุสมผล

เปรียบเทียบต้นทุนและระยะเวลาของแต่ละทางเลือกด้วยแบบจำลองก่อนติดตั้งจริง แล้วตรวจวัดก่อนและหลังการบำบัดจนผลเป็นไปตามเป้าหมาย